ถ้าอยากรู้ที่เที่ยวเวียดนามให้กระจ่าง
พวกเราก็พร้อมที่จะแถลงไข
เพื่อให้คุณได้เที่ยวแบบสบาย(ใจ)
เพื่อแนะนำสถานที่ให้คุณได้เที่ยว
จึงต้องเผยที่เที่ยวที่มีทั้งหมดในคลัง
แอดมินผู้แสนน่ารักน่าชังและทรงเสนห์
เค้า แอดมิน
และนี่ ข้อมูล
แค่มีเราคุณก็ได้เที่ยวรอบจักรวาล
ไวท์โฮล พรุ่งนี้การเที่ยวที่สดใสรอเราอยู่
ส่วนคุณก็เที่ยวสิ รอไรอะ
1.ฮานอย (Hanoi)

เมืองหลวงของเวียดนามและเป็นเมืองเก่าแก่อายุกว่าพันปี เป็นเมืองหลวงของเวียดนามที่มีความเจริญขึ้นอย่างมาก หลังจากสงครามเวียดนามจบลง มีทะเลสาบน้อยใหญ่ถึง 18 แห่ง มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายทั้งพิพิธภัณฑ์ทางวัฒนธรรมของเอเชียรวมถึงสถาปัตยกรรมของฝรั่งเศสที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์แม้ว่าจะผ่านสงครามเวียดมาแล้วก็ตาม มีถนน 36 สาย ที่เป็นย่านการค้าเก่าแก่ของเมือง ชมการเชิดหุ่นกระบอกน้ำที่หาดูได้ยาก ช้อปปิ้งสินค้าไม้ ผ้าไหมฮานอย (Hanoi)2.jpg

 

2.อ่าวฮาลอง (Ha Long Bay)

แลนด์มาร์คสำคัญของประเทศเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเวียดนามยอดนิยมอันดับ 1 เลยก็ว่าได้ ด้วยน้ำสีเขียวมรกต บวกกับหินขนาดใหญ่ที่โผล่ขึ้นมาจากน้ำทะเลราวกับมังกร ทำให้วิวทิวทัศน์ที่นี่สวยงามราวกับอยู่ในโลกแฟนตาซีเลยทีเดียวและมรดกโลก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์ของพันธุ์สัตว์ เพราะมีความหลากหลายทางชีวภาพ จนยูเนสโกต้องยกย่องให้เป็นมรดกโลก อ่าวฮาลองเบย์ (Halong Bay) มีถ้ำเทียนกึง (Thien Cung) หรือ “ถ้ำสวรรค์” เป็นถ้ำหินงอกหินย้อยสวยงามจนได้รับคำชื่นชมจากนักท่องเที่ยวว่ามีบรรยากาศที่สวยงามเกินจริง และอาหารทะเลสดขึ้นชื่อของอ่าวฮาลอง.JPG

 

3.ซาปา (Sa Pa)

เดิมเป็นเป็นเมืองตากอากาศของชาวฝรั่งเศส ตึกรามของเมืองนี้จะเป็นสไตล์ตะวันตกเกือบทั้งหมด ปัจจุบันมีร้านค้าและร้านอาหารมากมาย ด้วยเหตุที่ตั้งอยู่ในหุบเขาจึงลายล้อมไปด้วยภูเขาสูงเมืองนี้จะมีอากาศหนาวเย็นทั้งปี เป็นเมืองที่เงียบสงบ และมีธรรมชาติสวยงามทั้งภูเขา น้ำตก วิวนาขั้นบันได และวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าต่างๆทั้งอาหาร, วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชนเผ่าท้องถิ่นซาปาา.jpg

ซาปาาา.jpg

 

4.พระราชวังเว้ (Complex of Hue Monuments)

เป็นพระราชวังของราชวงศ์เหงียน ภายในประกอบด้วย พระราชวัง สุสานของกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ เจดีย์ วัดวาอาราม ห้องสมุด และพิพิธภัณฑ์ประตูทางเข้าพระราชวัง ซึ่งเป็นทางเดินเข้าสำหรับกษัตริย์ เชื้อพระวงศ์ และสุสานพระเจ้ามิงห์หม่างที่สร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากพระราชวังเว้.jpg

 

5.ดานัง (Da Nang)

เมืองท่าหลักของประเทศ มีความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยว ทั้งภูเขาหินอ่อน 5 ลูก พิพิธภัณฑ์ประติมากรรมโบราณ และงานประติมากรรมสำริดของจามกว่า 300 ชิ้น วัดกาวได๋ที่ตกแต่งต้วยงานศิลปะจากทุกศาสนา พระพุทธรุปปูนปั้นที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนามที่วัดกวางมิน และปราสาท-ศาสนสถานศิลปะจามโบราณที่ได้ขึ้นเป็นมรดกโลกเช่นกัน ปราสามหมีเซินดานัง (Da Nang)2.jpg

 

6.ฮอยอัน (Hoi Ann)

เมืองเล็กริมฝั่งทะเลจีนใต้ เมืองเก่าแก่ที่ยังมีความสวยงาม และเป็นเมืองโบราณที่เต็มไปด้วยประวัติศาตร์ จนได้รับเป็นเมืองมรดกโลก ชาวบ้านยังคงมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ในอดีตเคยเป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นักท่องเที่ยวมักมาชมสภาพเมืองเก่าและวิถีชีวิตริมน้ำ บ้านเรือนอายุกว่าร้อยปี อุโมงค์หลบภัยใต้ดินสมัยสงครามโลก หมู่บ้านแกะสลักหินอ่อนนองเหนือก และซื้อของฝากสินค้าประจำเมือง ด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่ วัฒนธรรมแบบดั่งเดิม และสินค้าถักทอ ทำให้เมืองฮอยอันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเวียดนามยอดนิยมอันดับต้นๆฮอยอันน.jpg

ฮอยอัน (Hoi Ann)5 - Copy.jpg

ฮอยอัน (Hoi Ann)6 - Copy.jpeg

ฮอยอัน (Hoi Ann)2.jpg

ฮอยอัน (Hoi Ann)3.jpg

 

7.โฮจิมินห์ซิตี้ (Ho Chi Minh City)

เป็นเมืองศูนย์กลางการค้าแต่เดิมชื่อกรุงไซง่อน (Saigon) ซึ่งเมืองโฮจิมินห์แห่งนี้เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเวียดนามและยังเจริญเป็นอันดับ 1 ของประเทศพอๆกับเมืองหลวงฮานอยเลยทีเดียว ตึกเก่าสถาปัตยกรรมยุคอาณานิคมจัตุรัสโฮจิมินห์ (Tran Nguyen Hai Statue) และไปรษณีย์กลางโฮจิมินห์ (Main Post Office) ซึ่งถือว่าเป็นที่ทำการไปรษณีย์ที่ใหญ่และโอ่โถงที่สุดของประเทศโฮจิมินห์ซิตี้.jpeg

โฮจิมินห์ซิตี้ 2..jpg

 

8.ด่าหลัต (Dalat)

เมืองฮันนีมูนของชาวเวียดนาม “สวิตเซอร์แลนด์แห่งเวียดนาม” เป็นเมืองตั้งอยู่กลางหุบเขา มีสภาพอากาศที่เย็นสดชื่นเกือบจะตลอดทั้งปี แถมด้วยสภาพภูมิประเทศที่สวยงาม ต้นไม้ดอกไม้นานาสีสัน มีการปลูกไร่กาแฟขึ้นชื่อ มีอากาศดีเกือบทั้งปี เที่ยวชมทะเลสาบซวนฮวาง สถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมือง ทางเหนือของทะเลสาบเป็นหุบเขาแห่งความรัก เป็นเขตชมวิวเนินเขาแสนโรแมนติค และในทางใต้ก็จะเป็นสวนพฤกษศาสตร์แห่งด่าหลัด ชมความงามพระราชวังของกษัตริย์พระองค์สุดท้ายของเวียดนาม

Dalat2.jpg

Dalat3.jpg

 

9.พระราชวังทังลอง (Imperial Citadel of Thang Long)

สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นด้วยหินทั้งหมด สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1379 แต่ยังคงหลงเหลือโครงสร้างให้เห็น ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรม เพราะเป็นราชวังหินแห่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พระราชวังทังลอง 2.jpg

 

10. สุสานโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh's Mausoleum)

สุสานบรรจุศพแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองฮานอย ภายในอนุสาวรีย์มีโลงแก้วบรรจุร่างของ โฮจิมินห์ หรืออดีตนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนาม แต่คนเวียดนามมักเรียกกันว่า "ลุงโฮ" ส่วนรูปแบบสถาปัตยกรรมนั้นยึดโมเดลมาจากอนุสาวรีย์บรรจุศพของ วลาดีมีร์ เลนิน ในประเทศรัสเซียสุสานโฮจิมินห์ 2.JPG

 

11. อุโมงค์กู๋จี (Cu Chi Tunnels)

อุโมงค์แห่งนี้มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน ตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนาม ใช้เป็นที่หลบภัยจากระเบิด ที่สำหรับประชุมของกองกำลังเวียดกงในสมัยที่รบกับสหรัฐอเมริกา อุโมงค์ถูกสร้างขึ้นให้มีหลายชั้นและแต่ละชั้นจะมีระบบกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพ เพื่อความอยู่รอดของทหาร ภายในอุโมงค์ประกอบไปด้วยโรงพยาบาล ห้องประชุม และห้องพัก นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างล้นหลามอุโมงค์กู๋จี 2.jpg

อุโมงค์กู๋จี.jpg

 

12. ปราสาทหมีเซิน (My Son Sanctuary)

ปราสาทหมีเซินเป็นสิ่งก่อสร้างที่หลงเหลือมาจากอาณาจักรจามปาหรือช่วงศตวรรษที่ 4-15 สะท้อนให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมของฮินดูที่เก่าแก่และสมบูรณ์ที่สุดในอินโดจีน ในอดีตปราสาทแห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับบูชาพระศิวะ นอกจากตัวปราสาทแล้วยังมีรูปปั้น วัด และถูกห้อมล้อมไปด้วยป่าดงดิบ ในสมัยก่อนมีสิ่งก่อสร้างโบราณกว่า 70 หลัง แต่ในช่วงสงครามเวียดนามโบราณสถานฮินดูนี้ถูกระเบิดตกใส่ไปหลายแห่ง จนปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 22 หลังเท่านั้น และที่สำคัญได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วยปราสาทหมีเซิน 2.jpg

 

13. พิพิธภัณฑ์สงคราม (War Remnants Museum)

เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการเพื่อรำลึกถึงความเจ็บปวด ความเศร้าโศก เมื่อครั้งสงครามเวียดนาม ภายในมีการจัดแสดงเฮลิคอปเตอร์ ขีปนาวุธ รถถัง เครื่องบินจู่โจม ฯลฯ ซึ่งอาวุธเหล่านั้นเป็นอาวุธที่ทหารอเมริกันใช้โจมตี

พิพิธภัณฑ์สงคราม 2.jpg

 

14. ภูเขาทรายสองสีที่หมุยแหน (The Sand Dunes of Mui Ne)

ภูเขาทรายที่หมุยแหนหรือที่หลายคนคุ้นเคยกับสำเนียง "มุยเน่" นั้น มีขนาดใหญ่และอยู่ติดกับชายทะเล จึงมีแดดและลมที่แรงมากทีเดียว ที่นี่มีเนินทรายอยู่ 2 แห่ง คือภูเขาทรายขาวและภูเขาทรายแดง ซึ่งภูเขาทรายขาวนั้นมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า Bau Trang และมีร้านอาหารขนาดเล็กเปิดบริการสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย 

ภูเขาทรายสองสีที่หมุยแหน.jpg

ภูเขาทรายสองสีที่หมุยแหน 3.jpg